ข่าวไวรัสอู่ฮั่นล่าสุด ภัยร้ายที่ไม่มีวันจบ

 

 

เมื่อทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในขณะนี้ ทำให้มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่โดยตรง โดยต้องร่วมือกันกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ด้านนโยบาย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ในแต่ละประเทศต่างก็ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่มีใครต้องการอยากให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้สิ่งที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดคือ ทุกคนต้องปรับตัวอย่างกะทันหัน ทั้งทางรัฐบาลของหลายประเทศต่างก็ไม่ได้ร่างนโยบายเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเรื่องโรคระบาดเช่นนี้  เนื่องจาก ไม่มีผู้ใดคาดการณ์ไว้ก่อนว่าจะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสชนิดนี้อย่างรุนแรง

ดังนั้นสิ่งที่ทั่วโลกต้องเผชิญปัญหาในแบบเดียวกันคือ เรื่องทิศทางการบริหารงานในหลายๆ ด้าน ซึ่งในเวลานี้เชื่อว่าหลายฝ่ายก็เริ่มสามารถจัดการกับโรคระบาดชนิดนี้ได้บ้างแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่การริเริ่มร่างนโยบาย เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ในอนาคต และการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจสังคมและด้านอื่นๆ ด้วย

การเปิดประเทศอีกหนึ่งครั้ง

หลังจากเมื่อต้นปี 2563 ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างหนักในบางพื้นที่ และสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น หลังจากนั้นไม่นานก็แพร่ระบาดไปทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศตัดสินใจ lock Down เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์มากขึ้น แน่นอนว่าการปิดประเทศในครั้งนี้ย่อมส่งผลต่อด้านเศรษฐกิจโดยตรง เพราะเมื่อการค้าขาย การท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ หยุดชะงักลง

ก็ยากยิ่งนักที่ทางรัฐบาลหรือแม้กระทั่งประชาชนเองจะมีเงินทองพอที่จะจับจ่ายใช้สอย หรือบางรายที่เป็นเจ้าของธุรกิจก็ต้องขาดรายได้ และระบบการเงินเริ่มหยุดชะงักอย่างกะทันหันแบบไม่ได้ตั้งตัว  กรณีฉุกเฉินเช่นนี้ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจยังเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาด้านอื่นๆ อีกด้วย

ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงขณะนี้ รัฐบาลหลายประเทศก็ตัดสินใจเปิดประเทศอีกครั้ง เพื่อเร่งการฟื้นฟูให้ทุกระบบในสังคม เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไป อย่างไรก็ตามคงต้องใช้เวลากันยาวนานพอสมควรในการกู้สถานการณ์ให้กลับมาปรกติ

ประชาชนทุกคนก็ต้องดำเนินชีวิตไปในวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ และไม่มีใครรู้ได้ว่าการแพร่ระบาดนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ดังนั้นเมื่อชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป ทุกคนในสังคมก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ปฏิบัติตามกฎที่ทางรัฐบาลได้วางนโยบายไว้อย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องรู้จักการเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน และกันมากขึ้นเพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การแพร่ระบาดระลอกสอง

เมื่อไม่นานมานี้ มีหลาย ประเทศที่ตัดสินใจคลายล็อกดาวน์ เพื่อให้ประชาชนให้นักท่องเที่ยว ให้กลไก ทางสังคมดำเนินไปอย่างปกติ โดยใช้นโยบาย การดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับการ กลับมาระบาดระลอกใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจาก เดิมนั้น คือผู้คน ที่อยู่ในพื้นที่ สามารถควบคุมสติเมื่อต้องเผชิญกับโรคนี้ได้ดีขึ้น

รวมทั้งยังแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวได้ดีมากยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้นหลายประเทศก็โดยเฉพาะบุคลากรทางแพทย์ ก็มีวิธีในการรักษาที่รวดเร็วตรงจุดมากขึ้น สิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้รับการรักษาอย่างทันเวลา และบุคลากรทางแพทย์ก็วิเคราะห์อาการต่างๆได้เร็วมากยิ่งขึ้น สามารถจัดระบบของโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อได้ดีขึ้น